มนัส ชุมทอง ปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช

...ยินดีต้อนรับท่านสู่...สำนักงานปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรี...จังหวัดนครศรีธรรมราช...ด้วยความยินดียิ่ง...

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

งานวันชาวสวนอำเภอพรหมคีรี ปี 2548

นายทินกร มุสิกวัตร นายอำเภอพรหมคีรี
นายทินกร มุสิกวัตร นายอำเภอพรหมคีรี บนหลังช้าง
นายมนัส ชุมทอง เดิน

นายทินกร มุสิกวัตร นายอำเภอพรหมคีรี บนหลังช้าง
นายมนัส ชุมทอง ถ่ายภาพ

นายทินกร มุสิกวัตร นายอำเภอพรหมคีรี

นายทินกร มุสิกวัตร นายอำเภอพรหมคีรี

นายมานพ หนูสอน
ปลัดเทศบาลตำบลพรหมโลก

เทศบาลตำบลพรหมโลก

อบต.นาเรียง

นายทินกร มุสิกวัตร นายอำเภอพรหมคีรี

นายบุญญวัตร ชีช้าง ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช
นายทินกร มุสิกวัตร นายอำเภอพรหมคีรี
นายสรวิศ ธานีโต ปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช
นายมนัส ชุมทอง ปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรี
นายบุญญวัตร ชีช้าง ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช
นายทินกร มุสิกวัตร นายอำเภอพรหมคีรี
นายสรวิศ ธานีโต ปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช
นายมนัส ชุมทอง ปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรี

นายบุญญวัตร ชีช้าง ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช
นายทินกร มุสิกวัตร นายอำเภอพรหมคีรี
นายสรวิศ ธานีโต ปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช
นายมนัส ชุมทอง ปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรี

นายทินกร มุสิกวัตร นายอำเภอพรหมคีรี ประธาน ในพิธี 12 สิงหา มหาราชินี
............................................................

ผู้ริเริ่มงานวันชาวสวนพรหมคีรี
สุรินทร์ มาศดิตถ์
From Thailand Political Base
Jump to: navigation, search
สุรินทร์ มาศดิตถ์ เป็นนักการเมืองที่สำคัญคนหนึ่งที่สร้างฐานะตนเองจากภารโรงจนได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เกิดวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2470 ที่ตำบลพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายรื่น นางส้มนัด มาศดิตถ์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 3 คน นายสุรินทร์ เป็นบุตรคนโต เข้าศึกษาขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-4 ที่โรงเรียนวัดพรหมโลก จบชั้นป.4 เมื่ออายุ 12 ปี ได้ช่วยพ่อแม่หาเงินเป็นรายได้พิเศษนอกเหนือจากเก็บพืชผักผลไม้ขายแล้วยังถ่อเรือรับจ้างบรรทุกพืชผลของชาวสวนเพื่อนบ้าน รับคนโดยสารจากคลองนอกท่า อำเภอพรหมคีรีถึงตลาดท่าแพ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราชไป-กลับนับเวลาเป็นวัน ๆ ลักษณะภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวยให้ต้องแจวและพายได้มากนัก จึงใช้ไม้ถ่อถ่อไปทั้งเที่ยวขึ้นเที่ยวล่องได้ค่าจ้างเที่ยวละ 6 ก้อน (1 ก้อนเท่ากับ 25 สตางค์) ทำอยู่อย่างนั้นจนมือเท้าเมื่อยขบเจ็บปวดมากจึงต้องเลิก แล้วหันมารับจ้างหาบพืชผลตามฤดูกาล เช่น ทุเรียน มังคุด ลางสาด พลู ฯลฯ ด้วยการเดินเท้าเปล่าเพราะบ้านเมืองในสมัยนั้นยังไม่มีถนน และยวดยานพาหนะอย่างปัจจุบัน นายสุรินทร์เป็นคนทำงานหนักทุกอย่าง เป็นคนว่านอนสอนง่าย เมื่ออายุ 15 ปี ได้หยุดการรับจ้างทุกอย่างเข้าไปเป็นเด็กวัดอยู่ในเมืองนครศรีธรรมราช เรียนชั้น ม.1-ม.3 ที่โรงเรียนวัดท่าโพธิ์ (ปัจจุบันคือโรงเรียนเบญจมราชูทิศ) แต่ด้วยความยากจนจึงลาออกจากโรงเรียน ได้กลับไปช่วยทำสวนที่บ้านเดิมบ้าง และรับจ้างทำงานอยู่ในเมืองบ้างตามโอกาส ประมาณปีเศษได้กลับเข้าไปอยู่ในเมืองอีกครั้งหนึ่ง โดยสมัครเป็นพลตำรวจประจำอยู่ที่ สภอ. เมืองนครศรีธรรมราช เป็นเวลาประมาณ 2 ปี ได้ลาออก สมัครเข้าเป็นพนักงานภารโรงเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชประจำหน่วยดับเพลิง ด้วยเหตุที่นายสุรินทร์เป็นผู้สนใจต่อการศึกษาด้วยตนเอง ชอบอ่านหนังสือและค้นคว้าอย่างจริงจังตลอดเวลา และมีความสามารถเป็นพิเศษในการพูด การเขียน การบันทึกรายงาน คณะเทศมนตรีเมืองนครศรีธรรมราชจึงได้มอบหมายให้เป็นเลขานุการ บันทึกการประชุมเทศบาล ตลอดถึงการเตรียมการประชุม การจัดทำระเบียบวาระการประชุม จนเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ต่อมาได้ลาออกจากตำแหน่งและการทำหน้าที่ดังกล่าว เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช ผลปรากฏว่าได้รับเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2500 ในระหว่างนั้นได้สมัครเป็นสมาชิกร้านสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราชควบคู่ไปด้วย และได้รับเลือกเป็นผู้จัดการร้านสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่จนครบวาระ 4 ปี
ในช่วงเวลาเดียวกันได้จัดทำหนังสือพิมพ์ “เสียงราษฎร์” ซึ่งเป็นทั้งเจ้าของและบรรณาธิการ นับเป็นหนังสือพิมพ์เพียงฉบับเดียวของจังหวัดนครศรีธรรมราช และมียอดพิมพ์สูงสุดในภาคใต้จึงทำให้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปและมีเชื่อเสียงกว้างขวาง ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าว ถึงสมัยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ นายสุรินทร์ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ในยุคนายควง อภัยวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรค) ในครั้งนั้นนายสุรินทร์ช่วยหาเสียงให้นายไสว สวัสดิสาร ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคลงรับสมัครเลือกตั้ง ผลการเลือกตั้งปรากฏว่านายไสว สวัสดิสาร ได้รับการเลือกตั้ง (คู่กับนายน้อม อุปรมัย และนายฉ่ำ จำรัสเนตร) ทำให้นายสุรินทร์พลอยเป็นที่รู้จักของประชาชนไปด้วย การเลือกตั้งในสมัยต่อมาคือ ปี พ.ศ. 2509 นายสุรินทร์จึงลงสมัครรับเลือกตั้งเองในนามพรรคประชาธิปัตย์ ปรากฏว่าได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก พ.ศ. 2512 ได้รับเลือกตั้งอีกเป็นสมัยที่ 2 พ.ศ. 2517-2518 เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และในปีเดียวกันนี้ คือปลายปี พ.ศ. 2518 มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่งนายสุรินทร์ได้รับเลือกในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นสมัยที่ 3 ในโอกาสนี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ 5 เดือน รัฐบาลแพ้คะแนนในสภาเนื่องจากพระราชบัญญัติงบประมาณไม่ผ่านสภา นายกรัฐมนตรีลาออก คณะรัฐบาลจึงหมดสภาพไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และได้มีการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้งหนึ่งใน พ.ศ. 2519 นายสุรินทร์ มาศดิตถ์ ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีกวาระหนึ่ง แต่อยู่ในตำแหน่งได้เพียง 24 วันก็มีการประกาศยุบสภา การสิ้นสุดของรัฐบาลชุดนี้เป็นการยุติบทบาทของการรับใช้ประเทศชาติ ทางด้านการเมืองของนายสุรินทร์ด้วยเพราะหลังจากนั้นได้เกิดเจ็บป่วยถึงกับ ผ่าตัดสมอง เพียงระยะ 7 วันต้องผ่าตัดถึง 2 ครั้ง ครั้งหลังสุดทำให้ตาพิการอยู่ช่วงระยะหนึ่งแล้วก็ค่อยดีขึ้นพอสมควรจนสามารถช่วยหาเลียงให้นางสาวสุพัตรา มาศดิตถ์ บุตรสาว ซึ่งลาออกจากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มารับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราชในนามพรรคประชาธิปัตย์แทนนายสุรินทร์ มาศดิตถ์ ผู้เป็นบิดา แต่ช่วยบุตรสาวอยู่ได้พักหนึ่งโรคความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นอยู่ก่อนได้กำเริบขึ้นอย่างแรง จนเกือบจะถึงแก่ชีวิต หลังจากนั้นจึงกลายป็นอัมพาตความจำเสื่อม แต่พอเดินได้บ้างในขณะนี้ (มีนาคม พ.ศ. 2528)
นายสุรินทร์มีผลงานระดับท้องถิ่นนอกจากที่กล่าวแล้วอีกมาก เช่น ส่งเสริมการเกษตรของชาวสวน เป็นผู้ริเริ่มจัดงานวันชาวสวนของอำเภอพรหมคีรีขึ้นเป็นแห่งแรก ซึ่งได้เป็นแบบอย่างแก่อำเภอและจังหวัดต่าง ๆ เป็นผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่เข้มแข็ง สามารถสร้างฐานความศรัทธาให้ประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราชเลื่อมใสพรรคประชาธิปัตย์เป็นอันมาก จนสามารถครองใจชาวจังหวัดนี้อย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน ผลงานในระดับชาติ ส่วนใหญ่ปรากฏขึ้นในสมัยที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในครั้งแรก ได้แก่การผลักดันให้เกิดการปรับปรุงพื้นที่ราบริมทะเลสาบสงขลาเพื่อการพัฒนาในอนาคต จึงเกิดโครงการสำรวจพื้นที่ริมทะเลสาบขึ้นเป็นครั้งแรก ยังผลให้มีการสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกในจังหวัดสงขลา โครงการขุดคลองส่งน้ำเพื่อทำการเกษตรในเขตอำเภอสทิงพระ อำเภอระโนด และบางส่วนของอำเภอเมืองสงขลา และจังหวัดพัทลุง ผลักดันให้เกิดการสร้างถนนเอเชียสายเลียบฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจนเชื่อมกับจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดสงขลา จนติดต่อกับถนนในประเทศมาเลเซีย และเป็นหัวแรงในการเสนอโครงการทำสะพานเชื่อมฝั่งแผ่นดินใหญ่ของอำเภอเมืองสงขลากับเกาะยอในปัจจุบัน แม้โครงการจะไม่สัมฤทธิ์ผลในสมัยนั้นเพราะเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองแต่ก็ได้รับการพิจารณาและดำเนินการได้ในระยะต่อมาสุรินทร์ มาศดิตถ์ มีภรรยา 3 คน คนแรกคือนางสุดา (เทียมศรไชย) มีบุตรธิดาด้วยกัน 2 คน คือ นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ และนางสาวสุพัตรา มาศดิตถ์ ภรรยาคนที่ 2 คือนางพิศมัย (ไทยถาวร) มีบุตรด้วยกัน 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน และภรรยาคนที่ 3 คือนางปราณี (ขาวเนียม) มีบุตรด้วยกัน 1 คน
ประวัติงานวันชาวสวนอำเภอพรหมคีรี
การจัดงาน "วันชาวสวน" อำเภอพรหมคีรีริเริ่มการจัดงานโดย ฯพณฯ สุรินทร์ มาศดิตถ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยจัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2510 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรได้มีกิจกรรมนันทนาการ หลังจากได้รับความเหน็ดเหนื่อยจากการประกอบอาชีพทางการเกษตร รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย ซึ่งได้จัดต่อเนื่องเป็นประเพณีติดต่อกันมาทุกปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 ได้มีการผนวกเอากิจกรรมการออกร้านของกิ่งกาชาดอำเภอเข้ามารวมเข้าด้วยกัน เพื่อจัดหารายได้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่าง ๆ
การจัดงาน "วันชาวสวน" ประจำปี 2548 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 สิงหาคม 2548 ณ ที่ว่าการอำเภอพรหมคีรี โดยอำเภอพรหมคีรีร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พ่อค้าประชาชน กลุ่มเกษตรกร และ ชมรมไม้ผลร่วมกัน จัดงานวันชาวสวน ประจำปี 2548 เพื่อสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของอำเภอพรหมคีรี และเพื่อเผยแพร่ความรู้ เพิ่มทักษะ การผลิตผลทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์สนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอพรหมคีรี ซึ่งมีทั้งน้ำตกแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ OTOP ผักปลอดสารพิษ และผลไม้นานาชนิด โดยเฉพาะมังคุดที่ได้ชื่อว่าเป็นมังคุดที่มีรสชาติดีสุดในประเทศไทย และมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งปีนี้อำเภอพรหมคีรีได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานที่ที่ประชาชนมีสุขภาพดีที่สุดในประเทศไทย โดยมีพิธีเปิดในวันที่ 7 สิงหาคม 2548 เวลา 18.30 น. มีช้างพลายนำขบวนรถผลาชาด ที่ตกแต่งด้วยผลมังคุด ผลไม้นานาชนิด และพืชผักในท้องถิ่น พิธีสมโภชผลไม้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เกษตรกรและพืชผลทางการเกษตร การประกวดผลผลิตทางการเกษตร การสอนอาชีพเสริมภายใต้ชื่อ " ทินกรสอนอาชีพ " การประกวดการประกอบอาหารพื้นบ้าน เช่นน้ำพริก แกงไตปลา ข้าวยำ นอกจากนี้ ในวันเปิดงาน จะมี " กิจกรรมแข่งจับหมู " ซึ่งจัดเป็นปีแรกของงานชาวสวน ภายใต้ความคิดของ นายทินกร มุสิกวัตร นายอำเภอพรหมคีรี โดยมี นายมนัส ชุมทอง ปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรี เป็นผู้รับผิดชอบจัดกิจกรรม
นายทิกร มุสิกวัตร นายอำเภอพรหมคีรี จึงกำหนดจัดงานวันชาวสวนให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี และขอเชิญนักท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช และใกล้เคียง เที่ยวงานวันชาวสวนอำเภอพรหมคีรี ซึ่งภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านอาชีพ โดยเฉพาะด้านการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวอำเภอพรหมคีรี มี การออกร้านจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร สินค้าOTOP และนิทรรศการทางวิชาการ ร้านนาวากาชาดเพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติและผู้ด้อยโอกาส โดยมีของรางวัลที่แปลกไปจากปีก่อน ๆ คือรางวัล โค 2 ตัว,แพะ 5 ตัว,สุกร 10 ตัว และชมการแสดงบนเวที มหรสพ แสง สี เสียง ตลอดงานฟรี ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอพรหมคีรี

1 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อยากดูภาพการประกวดธิดาชาวสวนจัง ลงให้ดูหน้อยได้ไหมค่ะ